มารู้จัก 6 โรคยอดฮิตในเด็กเล็กกัน

      ในปัจจุบันมีโรคหลายชนิดที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยในเด็ก 
โดยเฉพาะในช่วงสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง และช่วงเปิดเทอม
ส่งผลกระทบทั้งสุขภาพเด็กและครอบครัวที่ต้องปรับเปลี่ยนการดูแล
โรคยอดฮิตเหล่านั้นได้แก่
 

 

1. ไข้หวัด

    โรคพบมากที่สุด เป็นได้ตลอดทั้งปี สาเหตุส่วนใหญ่ เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งมีหลาย สายพันธุ์ 
 อาการมักเริ่มจากมี น้ำมูกใสๆ คัดจมูก เจ็บคอ เป็นไข้ ในเด็กมักมีอาการไอ ควบคู่ไปด้วย และหากโรคไม่   หายใน 1 สัปดาห์ มักจะติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ทำให้น้ำมูกเปลี่ยนสี เกิดเป็นไซนัสอักเสบ
 หูชั้น
กลาง อักเสบ หรือปอดอักเสบตามมาได้ 

 การป้องกันโรคหวัดในเด็กที่ดีที่สุดคือ หลีกเลี่ยง ไม่เข้าใกล้ผู้ป่วยหวัด หรืออยู่ในที่ชุมชนที่มีคนหนาแน่น
 ฝุ่นควันเยอะ หากจำเป็นควรใส่หน้ากากป้องกัน และล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ

 

2. ไข้หวัดใหญ่ 

      ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งมีหลายสายพันธุ์สามารถเป็นได้ตลอดทั้งปีอาการของไข้หวัด
  จะเริ่มจากมีอาการคัดจมูก น้ำมูกใสๆ จามบ่อย คอแห้ง เจ็บคอ เป็นไข้ อ่อนเพลีย ปวดหัว ไอแห้งๆ
  หรือไอแบบมีเสมหะ แต่มีน้ำมูกหรือเสมหะนานเกิน 1สัปดาห์ น้ำมูกอาจเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือเขียว
  จากการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนทำให้เกิดอาการ ไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ หลอดลมอักเสบ
  หรือปอดอักเสบตามมาได้การป้องกันโรคหวัดในเด็กที่ดีที่สุดคือพยายามหลีกเลี่ยงที่ที่มีคนหนาแน่น,
  ไม่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย รักษาสุขอนามัยหมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ


3. หลอดลมอักเสบจากเชื้อ RSV

     เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง สามารถเกิด
 การติดเชื้อได้ทั้งในเด็กและในผู้ใหญ่ เมื่อติดเชื้อไวรัส RSV ในทางเดินหายใจส่วนล่างแล้ว ผู้ติดเชื้อ
 ร้อยละ
70 มักเกิดอาการปอดบวมและหลอดลมฝอยอักเสบอาการของโรค RSV ในเด็กโต อาจมีอาการ
 คล้ายเป็นหวัดธรรมดา คือ มีไข้ ไอ จาม น้ำมูกไหล อาจมีอาการเสียงแหบจากกล่องเสียงอักเสบ
 หลอดลมอักเสบ ไอแบบมีเสมหะร่วมด้วย ซึ่งจะหายได้ใน 5-7 วัน แต่ในเด็กเล็กจะมีอาการที่รุนแรงกว่า
 คือ จะมีอาการหอบ เหนื่อย หายใจลำบาก มีน้ำมูกเสมหะมากและเหนียว หรือหายใจมีเสียงวี้ด
 แบบหลอดลมฝอยอักเสบ


4. มือเท้าปาก

    สาเหตุเกิดจากเชื้อ Enterovirus สายพันธุ์ CoxsackieA ติดต่อกันได้โดยง่ายจากการ สัมผัสน้ำลาย
 น้ำมูก อุจจาระ และน้ำในตุ่มพองของผู้ ป่วย โดยอาจติดมากับมือ ของเล่น แล้วนำเข้าปาก การไอจามใส่กัน
 เป็นต้น 
    อาการเริ่มด้วยไข้ ตามมาด้วยแผลในปาก ลิ้น เพดานปาก กระพุ้งแก้ม หรืออกมาที่ริมฝีปาก ทำให้ทานไม่
 ได้มีผื่นบนฝ่ามือ/ฝ่าเท้า โดยผื่นเหล่านี้ เริ่มที่ตุ่มแดง และกลายเป็นตุ่มพองใส แตกออกเป็นแผลตื้นๆ
 โดยปกติโรคนี้สามารถหายเองได้ใน
1สัปดาห์ แต่บางรายเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ เช่น
 ก้านสมองอักเสบ ควรสังเกตอาการใกล้ชิด หากซึมลง ชัก หายใจเร็ว ควรรีบพบแพทย์
    การป้องกัน :หลีกเลี่ยงไม่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย ช่วงที่โรคนี้ระบาด ควรให้เด็กและผู้ดูแลล้างมือบ่อยๆ 
 โดยเฉพาะหลังการเล่นของเล่นสาธารณะ โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน

 


5. ท้องเสียจากเชื้อไวรัส

     สาเหตุกลุ่มที่ท้องเสียรุนแรง ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีมักเกิดจากเชื้อโรตาไวรัส (Rotavirus) ที่รับเข้าปาก
 โดยตรง และมักแสดงอาการภายใน 1-2 วันหลังสัมผัสโรค อาการโรคโรตา จะถ่ายเหลวเป็นน้ำอย่างรุนแรง
 อาจอาเจียน มีไข้ อาการอาจเป็นได้นานถึง 7-10 วัน และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ในเด็กมักตาม
 มาด้วยภาวะขาดน้ำ และสูญเสียเกลือแร่ ทำให้ช็อก อาจเสียชีวิตได้ การรักษาปัจจุบันยังไม่มียาจำเพาะ แต่ผู้
 ป่วยจำเป็นต้องได้รับสารน้ำทดแทนเพียงพอกับปริมาณที่ถ่ายออกไป หากมีอาการรุนแรง อาจต้องรับการ
 รักษาในโรงพยาบาล การป้องกันล้างมือบ่อยๆ รับประทานอาหารที่สุก ปรุงใหม่ๆ ดื่มน้ำสะอาด ปัจจุบันมี
 วัคซีนป้องกันเชื้อ rotavirus เฉพาะในเด็กเล็ก ซึ่งเริ่มให้ตั้งแต่อายุ 2 เดือนขึ้นไป
 (ไม่มีวัคซีนสำหรับเด็กโตและผู้ใหญ่)โดยควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์ก่อนรับวัคซีน (link)


6. ไข้เลือดออก

     สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไข้เลือดออกเดงกี (Dengue virus) ในไทยมีอยู่ 4 สายพันธุ์ แพร่ระบาดมาก
 ในช่วงฤดูฝน โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ปัจจุบันมีแนวโน้มโรครุนแรงขึ้น รายงานพบผู้เสียชีวิตมากขึ้น
 เรื่อยๆทุกปี 
อาการไข้สูงลอยหลายวัน ปวดเมื่อตามตัวมาก ปวดข้อ อาจมีคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย มักเป็น
 2-7วัน จากนั้นไข้จะลงและมีผื่นขึ้นตามตัวได้ บางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อน คือ เลือดออก จากเกร็ดเลือดต่ำ
 ตับโต น้ำในเยื่อหุ้มปอด และอาจช็อกจากการสูญเสียน้ำได้
    การรักษาปัจจุบันไม่มียาจำเพาะกับเชื้อไข้เลือดออก แต่มีการตรวจที่ได้ผลแม่นยำและเร็วขึ้น เช่น ตรวจ
 เลือด
Dengue NS1 Ag ทำให้วินิจฉัยได้เร็ว รักษาได้เร็ว และลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
 วิธีป้องกัน สำคัญที่สุด คือป้องกันไม่ให้เด็กโดนยุงลายกัด กำจัดแหล่งน้ำเพาะพันธุ์ยุง ติดตั้งมุ้งลวดกันยุง
 ในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก
Dengvaxia ซึ่ง อย.ได้แนะนำให้ฉีดในคนที่เคยเป็นไข้เลือดออกมา
 แล้วเท่านั้น แนะนำให้พบแพทย์เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของการรับวัคซีนเป็นรายๆไป

                                                                                                                    กุมารแพทย์ทุกวันอาทิตย์ เวลา 14.00-17.00 น. คลิก